<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กันยายนจะกำหนด ‘จุดหักเห’ ของโควิดในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขของ ศบค.ประจำวันว่าด้วยคนติดเชื้อ, คนกลับบ้าน และคนเสียชีวิตเมื่อวาน ดูเหมือนจะส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ &amp;ldquo;ทรงตัว&amp;rdquo; และ &amp;nbsp;&amp;ldquo;นิ่ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากเป็นไปตามคำบอกเล่าของนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เดือนกันยายนจะเริ่มเห็น &amp;ldquo;ขาลง&amp;rdquo; ของการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าอย่าเพิ่งวางใจเป็นอันขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเดือนกันยายนจะเริ่มต้นการผ่อนคลายมาตรการเข้มข้นที่ทำมาตลอดเดือนสิงหาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการประเมินของเดือนสิงหาคมยังไม่อาจบอกได้ว่าตัวเลขทุกตัวชี้ไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมีปัจจัยหลายตัวที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น จำนวนคนติดเชื้อประจำวันของ ศบค.กับกรมควบคุมโรคนั้น ไม่ได้บอกว่าแต่ละวันตรวจเชิงรุกแบบ RT-PCR กี่คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหากตรวจวันละ 50,000-60,000 คน และพบคนติดเชื้อ 16,000-18,000 คน ก็ต้องถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่สูงอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเราก็เห็นตัวเลขอีกชุดหนึ่ง อันเป็นผลบวกของการตรวจด้วยชุด ATK หรือ Antigen Test Kit ซึ่งก็ยังไม่แพร่หลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขทุกวันของช่องนี้อยู่ที่หลายร้อยไปถึงหลายพัน ไม่สามารถบอกได้ว่าสะท้อนถึงแนวโน้มเพิ่มมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ากระทรวงสาธารณสุขแจกจ่ายชุดตรวจ ATK ได้ไวและกว้างขวางขึ้นในเดือนกันยายน รวมถึงประชาชนสามารถหาซื้อมาตรวจเองได้มากขึ้น ประกอบกับมีวิธีการรายงานผลการตรวจด้วยตนเองเข้าระบบข้อมูลที่จะประเมินได้ประจำวัน เราจึงจะเริ่มเห็นภาพของสถานการณ์การระบาดโควิดที่ใกล้เคียงความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะตราบที่จำนวนคนป่วย &amp;ldquo;อาการหนัก&amp;rdquo; ยังอยู่ที่กว่า 5,000 คน และผู้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจยังอยู่เหนือพันคนทุกวันอย่างที่เห็นในรายงาน ก็แปลว่าสถานการณ์ยังน่ากังวลมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องไม่ลืมว่าโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนยังคงอยู่ในภาวะ &amp;ldquo;ล้น&amp;rdquo; แม้เราจะได้ยินเสียงบ่นดังๆ จากบุคลาการทางการแพทย์ลดลงบ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าปัญหาหนักหนาสากรรจ์ในโรงพยาบาลทั้งหลายนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเพียงการประคับประคองไม่ให้วิกฤตเกินกว่าจุดที่ผ่านมาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนกันยายนจึงเป็น &amp;ldquo;เดือนหักเห&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายความว่า หากสามารถควบคุมมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อได้ในระดับที่น่าพอใจหลังจากคลายล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากมีการระดมฉีดวัคซีนกันอย่างจริงจังและกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขสามารถกระจายการแจกจ่าย ATK ให้ประชาชนได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราอาจจะเห็นการกระเตื้องขึ้นของสถานการณ์ภาพรวมในเดือนกันยายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากมีความพลาดพลั้งในด้านใดด้านหนึ่ง หรือหากขาดการประสานและบูรณาการกันในกลไกของรัฐและเอกชนที่สำคัญ ก็อาจจะเกิดกรณีของการระบาดระลอก 4 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนั่นจะกลายเป็นสถานการณ์ &amp;ldquo;วิกฤตเรื้อรัง&amp;rdquo; ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูตัวอย่างของหลายประเทศแม้ที่ฉีดวัคซีนกันอย่างกว้างขวาง มากกว่าของไทย ก็ยังต้องเผชิญกับการหวนกลับมาของโควิด-19 &amp;nbsp;อย่างน่ากังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา, อิสราเอล, ออสเตรเลีย และยุโรปหลายประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงน่าสนใจว่า &amp;ldquo;กลยุทธ์ 5 เดือนข้างหน้า&amp;rdquo; ของกระทรวงสาธารณสุขที่เพิ่งแถลงไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็น 5 เดือนของการ &amp;ldquo;ใช้ชีวิตแนวใหม่อย่างปลอดภัย&amp;rdquo; และยังประเมินว่าอาจจะจัดหาวัคซีนได้ 124 ล้านโดสในสิ้นปีนี้อีกต่างหาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนครบสองเข็ม 70% ของประชากรทั้งประเทศภายในสิ้นปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) บอกว่า แนวโน้มสถานการณ์โดยภาพรวมของประเทศ การติดเชื้อเริ่ม &amp;ldquo;ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ยอมรับว่าจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดความประมาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน กทม.แนวโน้มผู้ติดเชื้อยังอยู่ในระดับกว่า 4 พันรายเป็นสัปดาห์แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ภาพรวมไม่พุ่งสูงขึ้นมากอย่างที่กังวล แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังในส่วนต่างจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ต้องระวังคือ ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาจากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ระบาดกลับไปบ้านเยี่ยมญาติ โดยไม่ทราบว่าตนติดเชื้อแล้ว หรือทราบว่าติดเชื้อแต่ขอกลับไปรักษาที่บ้าน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(พรุ่งนี้: อะไรคือ Smart Prevention, Living with &amp;nbsp;Covid?)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114971</URL_LINK>
                <HASHTAG>กันยายนจะกำหนด ‘จุดหักเห’ ของโควิดในไทย, กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
